สายอากาศยากินำมาสแต็กกันควรห่างเท่าไรดี

 

ในการกำหนดระยะห่างของการนำสายอากาศมาเรียงกัน เพื่อเพิ่มอัตราการขยาย มีหลายสูตรในการหาระยะ ดังต่อไปนี้

วิธีการที่ 1 วางห่าง 1 lambda หรือ 1 ความยาวคลื่น

เช่นถ้าเราใช้ความถี่ 145.00 MHz เราก็จะได้เท่ากับ (300/145) 206.89 เซนติเมตร ดังนั้น ถ้าท่านต้องการวางแบบสูตรนี้ ท่านก็ต้องใช้ความห่าง 206.89 เซนติเมตร ไม่ว่าจะเป็นสายอากาศยากิ 3 อี หรือ 11 อี ถ้าสายอากาศ 3 อี จะเห็นว่า บูมสั้นแต่ Bay กว้าง แต่พอมาถึง 11 อี บูมจะยาว Bay สั้น

รูปตัวอย่าง คิดความห่างที่ ความถี่ 144.750 MHz (300/144.750) = 207.25 เซนติเมตร

รูปตัวอย่าง คิดความห่างที่ ความถี่ 144.750 MHz (300/144.750) = 207.25 เซนติเมตร

วิธีการที่ 2 วางห่าง 75 เปอร์เซนต์ของความยาวบูม

เช่นสายอากาศยากิความยามบูม ประมาณ 98 เซนติเมตร ก็ใช้ระยะห่างเท่ากับ (75 X 98/100) 73.5 เซนติเมตร ถ้าเป็นสายอากาศ 11อี ความยาว 300 เซนติเมตร เราก็ใช้ระยะห่างเท่ากับ (75 X300/100) 225 เซนติเมตร วิธีการนี้ ถ้าเทียบกับวิธีแรก จะเห็นว่า สายอากาศ 3 อี บูมสั้น Bay ก็จะสั้น 11 อี บูมยาว bay ก็ยาวด้วย

วิธีการที่ 2 วางห่าง 75 เปอร์เซนต์ของความยาวบูม

วิธีการที่ 3 วางห่างแค่ 5/8 lambda

ระยะ 5/8 แลมด้าถ้าเราคำนวณเป็นระยะห่างจริง ๆ แล้ว เท่ากับค่าประมาณของ 1 ความยาวคลื่นที่คิดรวมค่า Velocity ของสายนำสัญญาณไปด้วย

วิธีการที่ 3 วางห่างแค่ 5/8 Lamda

ค่า Velocity เป็นค่าสำหรับคิดเวลาคลื่นวิทยุเดินทางผ่านวัสดุต่าง ๆ เพราะว่าคลื่นวิทยุจะเดินทางผ่านวัสดุต่าง ๆ ด้วยความเร็วที่ไม่เท่ากัน

วิธีการที่ 4 ใช้สูตรในการคำนวณ

สายอากาศยากิทีมีจำนวน Element มาก ๆ ก็จะมี Beam Width แคบลง

โดยทั่วไปแล้ว สายอากาศยากิทีมีจำนวน Element มาก ๆ ก็จะมี Beam Width แคบลง เช่น สายอากาศยากิ 3 อี จะมี Beam Width เท่ากับ 94 องศา แต่สายอากาศ 11 อี มีค่า Beam Width เท่ากับ 70 องศา ป็นต้น ดังนั้น ถ้าเราใช้สูตรที่ 4 เราจะได้ระยะห่าง สำหรับ 3 อีคือ 141.69 เซนติเมตร และ 11 อีคือ 180.67 เซนติเมตร

สายอากาศยากิทีมีจำนวน Element มาก ๆ ก็จะมี Beam Width แคบลง

 

 

HS8JYX ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 99/31 ถ.เจริญสุข ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ 81000